จากเด็กชุมชนแออัด สู่เจ้าของธุรกิจแว่นตาเงินล้าน คุณต้น Eyes love you เพราะผู้หญิงที่ชื่อว่า ‘แม่’

 

 

จากเด็กชุมชนแออัด สู่เจ้าของธุรกิจแว่นตาเงินล้าน 
คุณต้น Eyes love you
เพราะผู้หญิงที่ชื่อว่า ‘แม่’

 

ทุกคนในที่นี้คงมี “ผู้หญิง” คนหนึ่งอยู่ที่บ้าน คนที่อายุมากกว่าเราเพราะเธอเกิดก่อนเราหลายปี ทำอะไรช้าๆไม่ทันใจ เพราะขาเธอไม่ดี แต่ใจสู้ เชยๆไม่ค่อยรู้จักเทคโนโลยีใหม่ๆเพราะสมองเธอเริ่มช้า บางทีก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องต้องพูดย้ำหลายๆครั้ง เพราะหูเธอไม่ค่อยได้ยิน แต่สิ่งที่เธอทำได้ดีคือ สั่งให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ สั่งให้อ่านหนังสือ ให้ตั้งใจเรียน ให้เป็นเด็กดี ให้ดูแลน้อง ให้กินข้าว ให้รีบนอน สั่งตั้งแต่เราจำความได้จนเราโต ถึงเราจะไม่ชอบ ทำบ้างไม่ทำบ้าง เธอก็ยังเพียรบอก มารู้สึกตัวอีกทีเราก็ทำทุกอย่างตามที่เธอสั่งและ…มันดีกับตัวเราเอง แม้ว่าบางครั้งเราจะหงุดหงิดไม่เข้าใจเธอ แต่เวลาที่เรามีปัญหาเธอจะมายืนข้างเราคนแรก ให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เผชิญปัญหาคนเดียว เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เรารู้สึกดี…ที่มีเธออยู่ด้วยและเราขาดเธอไม่ได้

      คุณต้น ไธพัตย์ เลิศวิริยะธนา เจ้าของธุรกิจแว่นตาเงินล้านชื่อน่ารัก Eyes love you”  คนต้นแบบของแอดในวันนี้ เกือบเสียคนมาแล้ว เค้าก้าวพลาดไปในหลายๆช่วงจังหวะชีวิต แต่ทุกๆครั้งจะมีผู้หญิงคนหนึ่งฉุดเค้าขึ้นมา ให้สติเค้า ชี้ทางให้เค้า จนเค้ามีทุกวันนี้ ผู้หญิงคนนั้นคือ ผู้หญิงที่อยู่ที่บ้านของเราทุกคน ผู้หญิงที่ชื่อว่า “แม่” เรามาฟังเรื่องราวความสำเร็จของเค้า ผ่านแต่ละก้าวที่เค้าเล่าไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า ไปค่ะ

 

ton

 

1.สตาร์ทที่ชุมชนแออัด
“โชคดี ซอยเราเป็นซอยเดียวที่เข้มแข็งที่สุด คือ ไม่มีเรื่องยาเสพย์ติด”

คุณต้นเล่าว่า ผมมีพี่น้อง 3 คนเป็นคนโต ครอบครัวเราค่อนข้างลำบาก คุณพ่อรับจ้างขับรถ คุณแม่เป็นเสมียน เราอาศัยอยู่ที่ซอยตรอกไผ่สิงโต ชุมชนแออัดย่านคลองเตย ที่สุ่มเสี่ยงจากสิ่งไม่ดี แต่ซอยเราค่อนข้างเข้มแข็งเพราะผู้ใหญ่ในซอย ช่วยกันดูแลลูกหลานไม่ให้ข้องเกี่ยวกับยาเสพย์ติด ทำให้เด็กๆในวัยเดียวกันเอาแต่เรียน ผมอยู่ที่นี่จนจบ ป.6

“ตอน 5 ขวบ เห็นคนนั่งหั่นกัญชาแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร
คุณแม่ต้องรีบปิดหน้าต่างไม่ให้ดู”

แม่ก็คือแม่ แต่ที่แตกต่างคือ จะมีแม่กี่คนในที่แบบนั้นที่คิดว่าต้องปิดหน้าต่าง !

 

ton

 

2.ไม่น่ารอดต้องย้าย
“คุณแม่มองกาลไกล ตอนเด็กรอด แต่วัยรุ่นไม่น่ารอด”

เด็กเริ่มโตจะเริ่มเลียนแบบ คุณแม่เลยพาเราย้ายไปอยู่กับคุณลุงคุณป้าที่ซอยศูนย์วิจัย ผมเรียนต่อม.ต้นที่โรงเรียนปทุมคงคา ถึงไม่มีเรื่องยาเสพย์ติด แต่ผมก็เริ่มต้นที่นี่แบบเด็กเกเร ไม่มีเป้าหมายในชีวิต  ไม่สนใจเรียนหนังสือ

 “นั่งคุย ไม่สนใจเรียน ไม่คิดว่าอนาคตคืออะไร เอาแต่เที่ยวเล่น”

 

ton

 

“จบมาแบบเหนื่อยมาก มีวีรกรรมให้คุณแม่ต้องไปโรงเรียนตลอด”

หนีจากที่หนึ่งก็มาเจออีกที่หนึ่ง สั้นๆค่ะ สงสารคุณแม่

 

3.วันที่ผมเริ่มรู้สึก
“เรียนได้ครึ่งเทอม ก็โดนไล่ออก”

ผมเข้าเรียน ปวช.ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครเหนือ เหมือนเดิมไม่สนใจเรียน คือ คุณพ่อไปทำงานต่างจังหวัด คุณแม่เลิกงานก็ต้องมาขายก๋วยเตี๋ยว ดูแลลูก 3 คนเหมือน Single Mom แค่หาเงินก็เหนื่อยแล้ว ไม่มีเวลามาแนะแนวอะไร ผมเลยใช้ชีวิตแบบสบายมากๆสบายจนไม่รู้ว่ามันมีเกรดที่ต้องผ่านคือ 2.00 และผลคือผมสอบไม่ผ่าน!

 

ton

 

คุณต้นเล่าว่า ผมยังจำได้แม่น วันนั้นผมไม่รู้สึกอะไร ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ด้วยความที่เราไม่คิดว่าการเรียนสำคัญ คุณแม่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานผมก็เดินเข้าไปบอกแม่

 

“แม่ครับ ต้นไม่ได้เรียนต่อนะ โดนรีไทร์”
“คุณแม่ไม่พูดอะไรสักคำ ลูบหัวผม  แม่นั่งน้ำตาไหล  แล้วบอกว่า
ไม่เป็นไรลูก เอาใหม่”

 

“นายทำอะไรลงไป  นี้คือการตอบแทนให้กับแม่นายหรือ?”

 

นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งแรกในชีวิตผม ผมสัญญากับตัวเองวันนั้น ว่าผมต้องทำให้แม่ภูมิใจให้ได้  ผมสัญญา ผมพูดกับตัวเอง

 

คุณต้นเล่าว่า คำพูดคุณแม่ในตอนนั้นมันเข้ามาสะกิดในใจผมแล้วแต่ยังไม่ลึก คุณต้นบอกไม่ลึกแต่เสียงสั่น ดึงแอดเข้าไปอยู่ในโมเม้นต์วันนั้นด้วย ถ้าคุณแม่ลุกขึ้นมาด่าว่าเรา เราอาจไม่รู้สึกอะไร แต่มานิ่งๆแบบนี้ ถ้าพอมีความคิดอยู่บ้างร้อยทั้งร้อย จุกค่ะ

เราไม่ควรทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

 

ton

4.อนาคตผมเพราะแม่

คุณต้นเล่าต่อว่า ความรู้สึกในใจมันถูกตอกย้ำลงไปอีกด้วยการที่ผมเป็นพี่คนโตแต่อยู่บ้านเพราะโดนไล่ออก ทุกวันน้องจะกลับมาเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง จนผมทนไม่ได้ ต้องหาที่เรียน ที่ไหนก็ได้ มันฟุ้งซ่าน อะไรเปิดรับเราไปหมด ขอให้ได้เข้าเรียน คุณต้นตัดสินใจสอบเข้าวิทยาลัยสารพัดช่าง กำลังจะเรียน มาบอกคุณแม่

“เลือกให้ดีๆ ถ้าต้นมองอนาคตแค่นี้ ชีวิตก็จะอยู่แค่นี้”

คุณแม่บอกว่า โรงเรียนนี้ดีแต่ถ้าเป็นช่างก็จะเป็นช่างไปตลอด ไม่ได้เป็นหัวหน้า,ผู้บริหารหรืออะไรที่ไกลกว่านั้น คิดให้ดีๆก่อน หรืออีกทางเลือกหนึ่ง รออีกหน่อยแล้วกลับไปเรียนโรงเรียนและต่อยอดไปเรื่อยๆ มันจะดีกว่ามั้ย พอคุณแม่พูดแบบนี้ เราก็เลยหยุด แล้วรอ

 

ton

5.ใช้ชีวิตอย่างระวัง
“เลือกคบเพื่อน เลี่ยงการตีกัน ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น”        

คุณต้นเล่าว่า ผมเข้าเรียน ปวช.ที่วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ที่นี่ผมเรียนอย่างระวังมากขึ้น รู้แล้วว่าเกรดต่ำกว่า 2.00 จะโดนรีไทร์ เรียนจนจบ ปวส. ก็มาคิดต่อว่าจะเอายังไงกับชีวิต จะทำงาน หรือเรียนต่อ ใจหนึ่งผมอยากเรียนต่อ อีกใจก็สงสารคุณแม่ เพราะคุณแม่ทำงานคนเดียว ผมเลยคิดจะออกมาทำงานช่วยคุณแม่

 

ton

 

“คุณแม่อีกแหล่ะครับ มาบอกว่า เลือกเอาสิลูก จะเอายังไง”

ต้องรักลูกขนาดไหน เหนื่อยแค่ไหน ค่าเทอมลูก 3 คนหาคนเดียว แต่ยังไม่ยอมบอกให้ลูกออกมาช่วย รักคุณแม่ค่ะ คุณต้นตัดสินใจสอบเข้าเรียนระดับ ป.ตรีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สมัยนั้นมันยากมากสำหรับคนที่จบสาย ปวส.

“ผมอ่านหนังสือเยอะมาก ติวทุกอย่างที่ทำได้ในชีวิต แล้วผมก็สอบติด”

 

ton

 

6.สู้ไปด้วยกัน

ผมสอบติดภาคสมทบ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รับ 40 คนผมได้ที่ 39 คือลุ้นจนเกือบหมดลุ้น คุณแม่ดีใจมาก

ton

 

และวันนี้ผมทำสำเร็จแล้ว สิ่งที่ผมทำมาทั้งหมด ที่เหนื่อยมาตลอดหายไปหมดตอนเห็นแม่ดีใจ

แต่การสอบเข้าได้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

“ค่าเทอม 20,000 กว่าบาท! ไม่เป็นไรต้น แม่ไหว”

คุณต้นเล่าว่า เดิมคุณแม่ผมเป็นเสมียนสมาคมนักศึกษานานาชาติ ทำได้สักพักท่านก็เห็นช่องทางจึงร่วมกับน้องสาวที่เป็นพยาบาล ทำธุรกิจตรวจสุขภาพเคลื่อนที่  ให้บริการเอ็กซเรย์ถึงที่โดยเน้นที่โรงเรียน เงินที่ได้จึงเป็นเหรียญ และแบงก์เล็กๆ เพราะเป็นเงินจากเด็กนักเรียน

“วันแรกที่ลงทะเบียน แม่เอาเหรียญมานับรวมกับแบงก์ร้อยแบงก์ยี่สิบ จ่ายค่าเทอม”
“แม่ถามผมว่า ต้นอายมั้ยลูก”

 

ถึงตอนนี้ บอกเลยแอดมืออ่อนแทบพิมพ์ไม่ได้ อนุญาตให้หันไปกอดแม่ก่อนได้นะคะ

 

ton

 

ไม่อายเลยครับแม่ ตอนนั้นผมบอกกับตัวเองว่า เราต้องเต็มที่กับทุกบาททุกสตางค์ที่แม่หามา แต่ปัญหาคือ ผมเรียนไม่เก่ง สอบเข้าก็คาบเส้นแล้ว

“ยากมาก หนังสือกองเต็มโต๊ะ อ่านไม่รู้เรื่องก็อ่าน ทำยังไงก็ได้ให้ผ่าน เหมือนคนจะจมน้ำตาย”

สอบเทอมแรกรอดหวุดหวิดที่เกรด 2.2 ผมเริ่มใหม่ หาวิธีเอาตัวรอดทุกทาง ใครมีติวที่ไหนไปติว ใครเก่งวิชาไหนผมตามประกบ เกาะกลุ่มกันเรียน ช่วยกันเรียนจนจบ ป.ตรีตามเกณฑ์

“ผมไปบอกคุณแม่ ผมทำได้แล้วนะ คุณแม่ลูบหัวแล้วยิ้ม ไม่พูดอะไรเหมือนเดิม”

 

ton

 

7.ทดแทนบุญคุณ

ผมมีความฝันมาตลอดว่าจบแล้วจะไปเรียนภาษาต่อที่ออสเตรเลีย แต่พอผมเรียนจบ ผมตัดสินใจทำงานก่อนเพื่อทดแทนบุญคุณแม่ ได้งานที่แรกที่ บริษัท อีซูซุมอเตอร์

“เงินเดือนเดือนแรกของผม 16,800 บาท ผมให้แม่หมด”

ทำอยู่ 5 ปี เงินเดือนสุดท้ายของผมประมาณ 35,000 บาท ผมตัดสินใจลาออกมาช่วยคุณแม่ทำงาน ตอนนั้นบริษัทคุณแม่ก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คุณแม่ทำคนเดียวเกือบทุกอย่าง

 

ton

 

“ในอุปสรรคมีโอกาสเสมอ แค่คุณหามันให้เจอ”

คุณต้นเล่าว่า หลังจากเข้าไปช่วยคุณแม่ตรวจสุขภาพนักเรียนอยู่หลายปี วันหนึ่งทางโรงเรียนอยากตรวจสายตาเพิ่มเติมเลย support ด้วยการหา outsource มาดูแลแต่มันคุมคุณภาพยากจึงมีปัญหาบ่อย

“ผมตัดสินใจไปเรียนเพิ่มเติมด้านสายตาเพราะเวลาลูกค้ามีปัญหา จะได้ตอบลูกค้าได้”

 

ton

 

8.ณ วันนี้

Eyes love you ถึงวันนี้ เปิดมาได้ 5 ปีแล้ว ยอดขายปีนี้เข้าหลัก 10 ล้าน เราให้บริการวัดสายตาเคลื่อนที่ทั่วประเทศไทย พ่วงไปกับการตรวจสุขภาพ

“ผมเชื่อว่า มีคนไทยอีกเยอะที่มีปัญหาสายตาแต่ไม่กล้าเข้าร้านแว่น”

 

ton

 

“ผมรู้สึกดีมากๆ เวลาที่ลูกค้ารับแว่นตาไปแล้วพูดว่า มองเห็นได้ชัดเจนจริงๆ มันดีมากเลย ไม่เคยตัดแว่นตา แล้วตรวจวัดสายตาได้ละเอียดขนาดนี้”

ผมตั้งใจ เปิดร้าน สายตา Eyes love you optic เป็นร้านแว่นตาที่แก้ไขปัญหาสายตาให้ลูกค้าได้ จนลูกค้าพอใจ

 

ton

 

แม่ทำให้ผมดูตั้งแต่เด็กจนโต ว่า ถ้าเราพอมี เราต้องรู้จักแบ่งปัน จึงทำให้ผม มีโครงการมอบแว่นตาเพื่อน้องและผู้สูงวัย ตามจังหวัดต่างๆ

 

ton

 

“ยังมีผู้มีปัญหาทางสายตาอีกมากที่ขาดโอกาส
เราควรแบ่งปันโลกที่ชัดเจนของเราให้เค้าได้เห็นบ้าง”

 

ton

 

9.Reccommended
“ผมเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร
รู้แค่ทำอะไรที่รักแล้วเราจะรู้สึกดี และทำมันได้ดี”
By  คุณต้น Eyes love you

ข้อคิดในการดำเนินชีวิต

  1. “ยิ่งให้ ยิ่งได้” เราได้รับความสุขจากสิ่งที่เราให้ ไม่มีเงินทองหรือสิ่งใด มาเทียบกับความรู้สึกที่เราได้รับ เรื่องดีๆคนดีๆก็จะเข้ามาในชีวิตเราเอง
  2. “แพ้ชนะ ชนะแพ้” การที่เรายอมรับหรือนิ่งเงียบไม่ได้หมายถึงว่าเราจะแพ้ แค่รอโอกาสหรือจังหวะในการอธิบาย เหมาะสำหรับคนที่ทำงานบริการ เราควรฟังลูกค้าให้มากและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น แต่ถ้าเราถกเถียงเอาชนะกับลูกค้ารังแต่จะมีแต่ความเสียหายและชื่อเสียงของแบรนด์ สมัยนี้ยิ่งมีสื่อออนไลน์ สามารถโจมตีและชื่มชมได้ง่ายมาก จะคิดทำอะไรต้องคิดก่อนทำครับ

ton

 

ทุกวันนี้เวลาผมจะทำอะไร คิดอะไร ผมจะนึกถึงคุณแม่ คุณแม่เป็นแนวทางให้ผม คุณแม่ไม่เคยบอกแต่จะทำให้ดูเลย การเป็นแม่ที่เสียสละต้องทำอย่างไร การเป็นพี่ เป็นน้องที่ดี เป็นกันอย่างไร ท่านเป็นทุกอย่างให้เราดู เราแค่ซึมซับให้มากที่สุด แต่ผมคิดว่าผมคงทำได้ไม่เท่าท่าน ท่านเสียสละมากมายเหลือเกิน แม้ทุกวันนี้ท่านอายุ 65 ปีแล้ว แต่ยังไม่หยุดทำงาน ท่านสร้างธุรกิจจากจุดเล็กๆขึ้นมาเหมือนต้นไม้ค่อยๆปลูก ค่อยๆรดน้ำจนมันโต ท่านบอกว่าไม่อยากเห็นมันล้มไปต่อหน้า แม้ผมจะเหนื่อยมาขนาดไหน พอผมเห็นท่านความเหนื่อยก็หายไปหมด ท่านเหนื่อยกว่าเราแต่ท่านยังไม่แสดงออก

“แม่” คือบุคคลต้นแบบของผมในทุกๆทางและตลอดไป เป็นคนที่ผมแค่ทำตามแล้วผม…จะไม่ผิดหวังแน่นอน

 

ton

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ คนต้นแบบของแอดในวันนี้ คุณต้นกับ Eyes love you ของเค้า บางคนอาจจะมองว่าชีวิตเราเรากำหนดเองได้ แต่บางครั้งหากเรายังเล็กเกินไป ยังขาดประสบการณ์ การที่มีคนที่รักเราอย่างจริงใจเคียงข้าง ประคับประคอง ชี้แนะ ก็จะทำให้เราเดินผ่านจุดเสี่ยงและเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและสมบูรณ์ เหมือนคุณต้นที่มี “คุณแม่” อยู่เคียงข้างและเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เค้า เมื่อคนๆหนึ่งเติบโตมาแบบได้รับความรัก ความเอาใจใส่ อบอุ่นได้แม้ฐานะจะไม่ได้ร่ำรวยอะไร เค้าก็พร้อมจะแบ่งปัน ความรู้สึกดีๆส่งต่อผู้ที่ขาด เหมือนเช่น Eyes love you ที่แบ่งปันโลกที่สดใสให้กับทุกคน  

วันนี้คุณพบบุคคลต้นแบบของคุณแล้วหรือยัง อาจไม่ต้องตามหาไกลลองหันมองคนใกล้ๆที่เค้าอยู่ข้างคุณมาตลอด คนๆนั้นอาจเป็นคนที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้ โชคดีนะคะ

 

ton

 

ton

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

10 − two =