สตาร์ทอัพ“LILUNA”เดินทางกับคุณนาย นัฐพงษ์ จารวิจิตร ทางเดียวกันไปด้วยกัน

 

 

สตาร์ทอัพ “LILUNA”เดินทางกับคุณนาย นัฐพงษ์ จารวิจิตร
ทางเดียวกันไปด้วยกัน

 

เคยมั้ยเวลาขับรถคนเดียวแล้วรู้สึกเปลืองค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน

เคยมั้ยเวลารอรถแล้วอยากจะถามคนที่รอข้างๆว่าไปทางเดียวกันมั้ย มาหารค่าใช้จ่ายกันเถอะ

แอดคนหนึ่งค่ะที่คิดแบบนี้ทั้งเวลาที่เป็นคนขับและคนโดยสาร แต่ก็ปล่อยผ่านไม่กล้าถามใครเพราะไม่มั่นใจแล้วก็คิดว่าผู้ร่วมทาง ก็ไม่กล้าเหมือนกัน วันนี้มีคนทำฝันแอดให้เป็นจริงด้วย Application ขนส่งรูปแบบใหม่ LILUNA”(ลิลูน่า) ทางเดียวกันไปด้วยกัน แอพแชร์ค่าโดยสารที่มาช่วยแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประหยัดขึ้น สะดวกขึ้น แถมยังมีความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้ และไม่ต้องเสียเงินเยอะเพราะเป็นค่าใช้จ่ายจริง

คนต้นแบบในวันนี้เป็นเด็กหนุ่มอายุแค่ 33 ปี คุณนัฐพงษ์ จารวิจิตร (นาย) ผู้เป็นฮีโร่ของแอด Start up เจ้าของความคิด Application “LILUNA” และพัฒนาจนใช้งานได้จริง เรื่องราวชีวิตของคนช่างคิดคนนี้จะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันเลยค่ะ

liluna

 

  1. อยู่ได้ด้วยตัวเอง

คุณนายเล่าว่า เป็นคนชลบุรี พ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่ผมอยู่ ป.1 ถ้าถามว่าแล้วผมอยู่กับใคร บางครั้งผมก็อยู่กับพ่อ กับแม่ กับญาติ หรือแม้แต่คนข้างบ้าน

ตอนอยู่ประถมผมเป็นเด็กเรียนดี กีฬาเก่ง ติดอันดับต้นๆ ของห้อง จนขึ้นชั้นมัธยมก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯโรงเรียนราชบพิตร การเรียนเริ่มดรอปลงเพราะสังคมและตัวผมที่เข้ากับใครไม่ค่อยได้

โตมาแบบดูแลตัวเอง ต้องแกร่งเบอร์ไหน ไม่หลงผิดไปแอดก็ทึ่งแล้วค่ะ  

liluna

 

  1. มีความคิด หรือ คนขวางโลก

จบม.3 ก็ต่อปวช.ช่างกลที่มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คุณนายเล่าว่า ผมเรียนไม่เก่งตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เรียนก็ดรอปลงเรื่อย แต่ไม่ใช่เพราะไม่ชอบวิชาที่เรียนอย่างเดียว

“เราเป็นเด็กคิดต่าง ไม่เออออ ไม่ปล่อยผ่าน พอมีจุดที่สงสัยเราจะถามจะซัก
จะเสนอความคิดจนเค้าเรียกว่า ขวาง นานวันเข้าเราก็เริ่มเข้ากับใครไม่ได้”

เห็นอนาคตสตาร์ทอัพของเรารึยังคะ

 

  1. เด็กเรียบร้อยที่เยอรมัน

จบปวช.ก็ย้ายตามคุณแม่ไปเรียนต่อที่เยอรมัน

Q.สังคมที่เยอรมันกับสังคมที่ไทยต่างกันมากมั้ย?
A.มากครับ ที่โน่นผมเป็นคนปกติมาก เค้าบอกผมเรียบร้อย ในขณะที่อยู่ไทยเป็นคนขวางโลก ที่โน่นมีอะไรก็คุยกัน แชร์ความคิดเห็นกัน แล้วให้อำนาจคนตัดสินใจสุดท้าย

คุณนายเล่าว่า ต้องไปสอบเรียน ม.6 ใหม่ เพราะเค้าบอกว่า ม.6 เรามาตรฐานไม่เท่าของเค้าและเนื่องจากผมเรียนสายวิชาชีพ ไม่ใช่สายสามัญเลยสอบไม่ผ่านเลข ฟิสิกส์ ถ้าสอบครั้งที่สองไม่ผ่านผมจะไม่ได้ต่อวีซ่าและต้องกลับไทย

ยอมแพ้มั้ยคะ บอกเลยว่าไม่  ไปดูกันต่อว่าคุณนายจะทำอย่างไร

liluna

 

  1. มันท้าทายมากกว่า

ตัดสินใจบินกลับไทยมาเรียนพิเศษ เราถามว่าสอบ Entrance เข้าไทยก็ได้ ไม่ต้องไปลำบากสอบเรียนซ้ำที่เยอรมัน แต่คุณนายบอกว่า ไม่มีความคิดนั้นเลยครับ

Q.ชอบที่โน่นมากกว่าที่นี่?
A.ไม่ได้ชอบมากกว่าแต่รู้สึกว่ามันท้าทายมากกว่า

เข้ามหาวิทยาลัย ก็เลือกเรียนด้านโปรแกรมมิ่ง เพราะเคยเรียนตอนม.6 แล้วชอบ

“ผมจับคอมครั้งแรกตอนอายุ 20 ไม่เคยมีคอมมาก่อน ไม่เคยรู้จัก E-Mail”

ถือว่าเริ่มต้นช้ามาก (สำหรับคนที่ปัจจุบันเป็น Software Developer) เพื่อนใน Class จับคอมมาตั้งแต่อายุไม่ถึง 10 ขวบ เขียนโปรแกรมเป็นตั้งแต่เด็กๆ แต่เราไม่มีพื้นฐานเลย ผมเรียนอยู่ 5 ปี และจบปริญญาตรีตอนอายุ 27

เริ่มต้นช้าไม่เกี่ยว ความสามารถพัฒนาได้ ขอแค่คิดจะเริ่ม liluna

 

  1. จากสระว่ายน้ำสู่มหาสมุทร

คุณนายเล่าว่า คิดมาตลอดว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะกลับไทย ผมไม่ชอบชีวิตที่โน่น มันดีแต่มันไม่เหมาะกับเรา มันเหงา มันกดดัน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับ

“เราอยากทำอะไร เราควรจะทำมั้ย”

ผมตั้งคำถามกับตัวเอง ถ้าไม่อยากทำงานอยากนอน ชีวิตจะเป็นอย่างไร เราก็จะขี้เกียจตลอดไป เลยคิดว่าถ้ากลับไทยทั้งที่มีโอกาสอยู่เยอรมัน ทำไมไม่ลองก้าวไปอีกขั้น ชนะใจตัวเองก็ชนะทุกสิ่งแล้วค่ะ ผมตัดสินใจสมัครงาน งานแรกที่ได้คือ IS DEVELOPER ทำเกี่ยวกับ Application เงินเดือน 3,200 ยูโรหรือประมาณ 160,000 บาท ทำอยู่ 6 เดือน เค้าก็ให้ออก

“เหมือนเราเคยว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ แต่ทำงานจริงเค้าโยนเราลงมหาสมุทร”

การทำงานในประเทศพัฒนาที่มีการแข่งขันสูง มันไม่ง่าย!

 

  1. ต้องสมัครงาน ต้องผ่านโปร แล้วค่อยลาออก

หลังจากโดนให้ออกผมตัดสินใจกลับไทย

กลับไทยเพราะอะไร? โดนไล่ออกจากงาน มันไม่ใช่
เราต้องกลับเพราะเราอยากกลับ ไม่ใช่โดนไล่ออก!

คิดแค่อยากเอาชนะตัวเองเลยสมัครงานอีกครั้ง เรามีประสบการณ์ที่พลาดจากที่แรกมาปรับใช้ ทำอยู่ 2 ปี เงินเดือนสุดท้าย 4,000 ยูโร 200,000 บาท แต่ก็ลาออกกลับไทยทั้งที่ได้ GREEN CARD

“งานไม่ท้าทายแล้ว เราทำได้ตามเป้า แค่อยากให้เค้ายอมรับ และเราก็ทำได้”

ชอบความท้าทายเสมอต้นเสมอปลายจริงๆค่ะ

 

  1. อยากเริ่มต้นอะไรซักอย่าง

คุณนายเล่าว่า กลับไทยแบบไม่มีเป้าหมาย แต่อยากเริ่มต้นอะไรซักอย่าง ช่วงที่คิดว่าจะทำอะไร ก็เริ่มทำแอพสั่งอาหารออนไลน์

“ออเดอร์เยอะๆ การตอบทาง Line Facebook มันไม่ทัน ถ้าสั่งผ่านแอพใช้คนน้อยกว่า บริหารจัดการง่ายกว่า เลยทำโมเดลนี้ไปขายหลายๆที่ ทำไป เสนอไป พัฒนาไป”

หลังจากติดต่อไปหลายที่ สุดท้ายได้หุ้นส่วนธุรกิจ

มันต่อยอดมาจากการเดินเข้าหาลูกค้า ท่องไว้นะคะ โอกาสไม่เดินมาหาเรา เราต้องเดินเข้าหามันก่อน (นี่ขนาดไปอยู่เยอรมันมาเป็น 10 ปี เราอยู่ไทยมาตลอดอย่ายอมแพ้ค่ะ)

liluna

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการทำงานครั้งนี้คือ ผมยังทำงานคนเดียวไม่ได้ ผมไม่มี connection ไม่มีทีม ไม่มีทุน การที่ผมทำงานที่นี่ทำให้ผมมี connection เพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้การทำงานในไทย แล้วก็เริ่มกลับไปสู่ปัญหาที่ผมเจอก่อนไปเยอรมัน ประกอบกับความเชื่อใจในหุ้นส่วนหมดลงผมก็ลาออก

เริ่มต้นสวย ระหว่างทางไม่สวย แต่ใช่ว่าจะไปต่อไม่ได้

 

  1. LILUNA

LILUNA เป็นแอพขนส่งแนวใหม่ ทางเดียวกันแชร์ค่าโดยสารกัน สะดวก ประหยัด แก้ปัญหารถติดแถมได้เพื่อนเพิ่ม แนวคิดนี้เริ่มจากที่คุณนายขับรถไปทำงานแล้วเห็นคนรอรถอยู่ข้างทาง ไปทางเดียวกันมั้ย? เค้าจะกล้าไปกับเรารึเปล่า? เราไม่รู้จักเค้ารับเค้าไปดีมั้ย? หลายคนคงมีความคิดนี้แต่ปล่อยผ่านและผู้ชายคนนี้ไม่หยุดคิด ทำอย่างไรถึงจะไปด้วยกันได้?  เค้าชอบความท้าทายอย่าลืมนะคะ

ทำไมถึงเลือกทำ LILUNA?

“เป็นสิ่งที่สังคมกำลังขาดอยู่ เรามีปัญหาเรื่องการเดินทางแต่เราไม่รู้ว่ามี
เพราะเราชินกับการที่มันไม่ดีแบบนี้อยู่แล้ว”

liluna

“ถ้ามี LILUNA ขึ้นมาจะช่วยคนได้เยอะ คิดว่าเป็น IDEA ที่ดีมาก ก็เลยทำครับ”

Q.ชื่อ LILUNA มาจากอะไร

A.มาจาก LALILUNA ไม่มีความหมายแต่มีที่มา ผมชอบเพราะเป็นชื่อเว็บเกี่ยวกับ programming ที่ผมใช้ตอนเรียนอยู่ที่เยอรมัน

คุณนายบอกว่าความยากตอนต้นของ LILUNA คือ หนึ่งมันเป็นบริการใหม่ถ้าคนอยู่ต่างประเทศจะรู้จัก Car Pool แต่คนทั่วไปยังไม่รู้จัก สองจะปลอดภัยมั้ยถ้าไปนั่งรถคนอื่น

“เราจะสื่อสารอย่างไรให้เข้าใจ เราแค่คนๆเดียวแล้วโลกมันกว้างจะตาย
สื่อนี่แหล่ะครับ จะช่วยผมได้”

liluna

คิดแบบนี้เลยพาตัวเองเข้าหาสื่อให้ช่วยโปรโมท ความคิดดีแถมฉลาดคิด ไม่ธรรมดาเลยใช่มั้ยคะ

 

ในส่วนของความปลอดภัย คุณนายบอกว่า

  • คนขับต้องส่งใบขับขี่และ พ.ร.บ. เพื่อทำการตรวจสอบก่อน
  • คนนั่งต้องลงทะเบียนแสดงตนด้วยเบอร์โทรศัพท์เท่ากับเราได้บัตรประชาชนเค้ามาด้วย

มีการให้คะแนนคนขับและคนนั่งเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเดินทางครั้งต่อไป นอกจากนี้เรายังตัดสินใจเองได้ว่าเราจะเลือกคนขับคนไหนหรือเราจะเลือกผู้โดยสารคนไหน

ปลอดภัยเลือกได้ขนาดนี้อยู่ที่ใจเราแล้วค่ะ โหลดแอพเลยมั้ย?

 

  1. ณ วันนี้

เปิดตัวตอนต้นปี ปัจจุบันมีคนขับมาลงทะเบียน 700 คน คนนั่งมาลงทะเบียน 2,200 คน ยอด Download อยู่ที่  10,000 กว่าคน ถือว่าน่าพอใจแต่ยังมีปัญหาอยู่คือ

Match ไม่ได้ มีคนขับมาสร้างเส้นทาง มีคนอยากไปรออยู่ แต่คนขับรถไม่มีคนนั่งไปกับเค้า คนที่อยากไปก็ไม่มีเส้นทางของเค้า”

ประเด็นคือคนขับไม่ได้มาพร้อมกัน 700 คน เค้าจะเข้ามาสร้างเส้นทางไว้ประมาณ 2-3 วัน พอเห็นว่าไม่มีคนนั่งก็คิดว่าไม่มีคนใช้แอพนี้ก็จะออกไป คือ มีคนใหม่เข้า ก็มีคนเก่าออก

เราต้องใช้เวลารวบรวมสมาชิกเพราะถ้ามีจำนวนมาก ปัญหา Match กันจะค่อยๆหมดไป ช่วงแรกจึงต้องประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก ให้มากที่สุดก่อน ขณะเดียวกันเราก็พัฒนา Feature ใหม่ขึ้นมา เพื่อเสริมจุดแข็งให้แอพเรา คือ สามารถรู้ได้ว่าคนขับๆไปไหน

liluna

“เราจะทำแบบ Real Time สามารถ Monitor ได้เลยว่ากำลังเดินทางอยู่จุดไหน”

คุณนายบอกว่า ตั้งใจจะให้ LILUNA เป็นส่วนหนึ่งในทางเลือกเหมือนระบบขนส่งมวลชนใหม่ เช่น รถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้า รถทัวร์ แล้วต้องมี LILUNA เวลาคนจะเดินทางไปไหนให้เค้านึกถีง LILUNA เป็นอันดับแรกเช่น ถ้าจะไปพัทยาเข้าแอพ LILUNA ก่อนเลยว่ามีมั้ย ถ้ามีก็มา Match

สู้ไม่ถอยแถมยังเดินหน้าพัฒนาต่ออีก งานท้าทายครั้งใหญ่มาแล้ว

 

  1. RECOMMENED
“ความสำเร็จที่อยู่ข้างหน้า เราไม่รู้ว่ามีเส้นทางอะไรบ้าง มีอุปสรรคอะไรบ้าง
แต่ความสำเร็จใกล้ๆมันอยู่ตรงนี้ ทำให้มันสำเร็จก่อนแล้วค่อยเดินต่อ”

 

“ถ้าความสำเร็จอยู่ชั้น2 บันไดก็คือความล้มเหลว คืออุปสรรค คือปัญหา
ถ้าเจอแสดงว่าเรากำลังเดินทางสู่ความสำเร็จ ถ้าถอยคือเรากำลังไปทางอื่น”
   BY คุณนาย LILUNA

เป็นอย่างไรบ้างคะ สตาร์ทอัพคนเก่งของแอด เริ่มจากเป็นคนช่างคิด แถมไปอยู่เมืองนอกมาเป็น10 ปีทำให้มีมุมมองที่กว้าง เมื่อกลับไทยก็สามารถนำประสบการณ์ความรู้มารวมกับปัญหาที่เจอทุกวันจนสามารถพัฒนา LILUNA แอพแก้ปัญหาระบบขนส่ง ในชีวิตประจำวันของคนไทยขึ้นมาได้ แม้แอพนี้จะไม่ก่อให้เกิดรายได้แต่คุณนายก็ไม่ท้อยังคงยืนหยัดทำ เพราะมองว่าถ้าสำเร็จ จะแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ปัญหารถติด ปัญหาด้านเวลาและแม้กระทั่งมลภาวะในอากาศ แถมท้ายด้วยความสัมพันธ์ที่ดีในสังคมเพราะคนจะเอื้อเฟื้อและเป็นมิตรกันมากขึ้น มีแต่ดีกับดีนะคะ แต่การปรับทัศนคติ เป็นเรื่องยากและท้าทายมาก แอพขนส่งอุดมคตินี้จะไม่ประสบความสำเร็จถ้าคนโหลดแอพมาใช้มีจำนวนไม่มากพอ ไอเดียดีๆแบบนี้อยากให้ช่วยกันใช้ช่วยกันแชร์ ช่วยกันนะคะเพื่อตัวคุณเองและสังคมที่ดีกว่า

เสียค่าใช้จ่ายเยอะไปทำไม เสียเวลารอนานไปเพื่ออะไร ทางเดียวกันไปด้วยกันเถอะค่ะ

liluna

 

สนใจข้อมูล LILUNA เข้าไปที่ https://www.facebook.com/lilunaGo ได้เลยนะคะ

ดาวน์โหลดแอพกันได้ที่นี่
iOS:https://goo.gl/xInuS4
Android: https://goo.gl/Te35MQ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

20 − 14 =